Tsundoku เพราะความสุขของฉันคือการดองหนังสือ
มีใครเป็นเหมือนกันไหม ที่เวลาเข้าร้านหนังสือแล้ว มันอดใจไม่ไหวจะต้องซื้อติดไม้ ติดมือออกมาสักเล่ม ยิ่งเวลาที่ได้ไปเดินงานหนังสือ แล้วเจอเล่มที่เราอยากอ่านลดราคาเต็มไปหมด คอหนังสืออย่างเราจะไม่ซื้อได้ยังไง แต่สุดท้ายหนังสือเล่มนั้นก็ถูกนำไปวางอยู่บนกองหนังสือที่ซื้อไว้ก่อนแล้วอ่านทีหลังเหมือนเดิม จนกลายเป็นการดองหนังสือเหล่านั้นแทน หรือที่เราเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “Tsundoku つんどく”
Tsundoku ชะตาที่เหล่านักอ่านมิอาจเลี่ยง
จริง ๆ คำว่า “ซึนโดคุ (Tsundoku)” นี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แล้ว โดยเป็นการผสมผสานของคำในภาษาญี่ปุ่นระหว่าง “ซึนเดะ-โอคุ (tsunde-oku)” ที่ใช้กับพฤติกรรมที่ชอบซื้อของมาก่อนแล้วใช้ทีหลัง กับ “โดคุโช (dokusho)” ที่แปลว่าการอ่าน คำว่า Tsundoku จึงใช้กับพฤติกรรมที่ชอบซื้อหนังสือมาก่อน เพื่อที่จะไว้อ่านทีหลัง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อ่าน จนกลายเป็นกองหนังสือที่วางไว้เฉย ๆ เต็มห้องไปหมด
มีอีกคำหนึ่งที่เราอาจจะคุ้นเคยกัน คือ Bibliomania ที่ไว้ใช้กับพฤติกรรมการซื้อหนังสือเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างกัน ตรงที่ Bibliomania ใช้กับคนที่ชอบซื้อ หรือสะสมหนังสือ โดยไม่มีความตั้งใจที่จะอ่านตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ส่วน Tsundoku คือคนที่มีความตั้งใจที่จะอ่านหนังสือ แต่ซื้อมาแล้วไม่ได้อ่าน
ทำยังไงให้เลิกดอง
แม้ว่า Tsundoku จะไม่ใช่พฤติกรรมผิดปกติ หรืออาการทางจิตเวชแบบ Hoarding Disorder หรือโรคชอบเก็บสะสมสิ่งของ ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง แต่หากมีวิธีที่สามารถแก้ได้ ก็คงดีต่อสุขภาพทางการเงินของเราไม่น้อย ไปลองดู 4 วิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรม Tsundoku ที่จะช่วยบอกลาเหล่าหนังสือกองโตในห้องของคุณ
1. ให้โควตาในการซื้อหนังสือกับตัวเอง
หลายคนที่มีพฤติกรรม Tsundoku มักจะอดใจไม่ไหวเมื่อเจอหนังสือออกใหม่ ดังนั้นเราควรจำกัด
จำนวนหนังสือที่เราจะซื้อต่อเดือนไว้ เช่น สามารถซื้อหนังสือได้แค่ 3 เล่ม/เดือน เท่านั้น
2. อย่าทำให้การอ่านหนังสือเป็นหน้าที่
พอเราเห็นกองหนังสือเยอะ ๆ เราก็มีความรู้สึกว่าเราต้องรีบอ่านมันให้หมด จนบางครั้งกลายเป็นการบังคับตัวเองให้อ่าน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีอารมณ์อ่านด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น อยากอ่านตอนไหนก็อ่าน หรือจะอ่านหลาย ๆ เล่มพร้อมกันก็ย่อมได้ คุณไม่จำเป็นต้องตั้งกฎประเภทจะเริ่มเล่มใหม่ได้ ก็ต่อเมื่ออ่านเล่มนี้จบ เพราะมันจะกลายเป็นไม่ได้อ่านสักเล่มเดียว
3. เล่มนี้ไม่ถูกใจก็แค่ส่งต่อ
มีหนังสือหลายเล่มที่เราคิดว่าเราจะชอบมัน แต่พออ่านแล้วกลับไม่ถูกใจ สุดท้ายก็ปล่อยมันให้อยู่ในกองหนังสือที่ดองต่อไป ดังนั้นการส่งต่อ หรือขายต่อให้กับคนที่ต้องการจะอ่านจริง ๆ จะช่วยทั้งลดปริมาณกองหนังสือในห้องเรา และหนังสือเหล่านั้นก็ไม่ถูกทิ้งไปเฉย ๆ อย่างไร้ประโยชน์ด้วย
4. เลือกหนังสือที่เป็นคู่แท้ของเราจริง ๆ
นักอ่านส่วนใหญ่น่าจะสามารถรู้ได้ว่าหนังสือเล่มไหนที่มันสปาร์คจอยกับเรา สังเกตง่าย ๆ หากเล่มไหนที่เราเริ่มอ่านแล้วสามารถอ่านจบในเวลาอันรวดเร็ว หรือไม่ว่าจะหยุดอ่านไปนานแค่ไหน ก็จะกลับมาอ่านต่อให้จบ วิธีนี้นอกจากจะทำให้เรารู้พฤติกรรมการอ่านของเราแล้ว ยังทำให้รู้ว่าจริง ๆ แล้วเรามีความสนใจในเรื่องอะไรกันแน่
ในฐานะที่ผู้เขียนก็เป็นนักดองหนังสือเหมือนกัน เลยมองว่าการเป็น Tsundoku ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายซะทีเดียว ดังนั้นไม่ต้องรู้สึกผิดหากเราจะมีหนังสือกองโตรอให้อ่านอยู่ในห้อง เพราะบางทีหนังสือบางเล่มที่เราอ่านแล้วไม่ชอบ พอได้กลับมาอ่านใหม่ในวันที่เราโตขึ้น เรากลับรู้สึกอินหนังสือเล่มนั้นไปเลย และบางทีแค่ได้มองไปบนชั้นที่เต็มไปด้วยหนังสือที่เราชอบ ก็มีความสุขตั้งแต่ยังไม่เปิดอ่านเลยล่ะ
Source | https://bbc.in/3zRCcp0 https://bit.ly/3dwbkn4 https://bit.ly/3bWLdVW https://bit.ly/3AmmTGp



https://soicaulodechuan.mobi/soi-cau-viet mình ghé qua khi đang xem lại kết quả hôm trước, chủ yếu để xem trang sắp xếp thông tin thế nào. Ấn tượng đầu tiên là bài khá dài nhưng không bị rối, vì phần mục lục đặt ngay đầu nên có thể nhìn nhanh rồi chọn đúng khu vực cần xem. Mình thích nhất chỗ kết quả kỳ trước được tách riêng với phần chốt số trong ngày, đọc lướt cũng không bị nhầm hai loại nội dung với nhau. Giao diện không quá cầu kỳ, chữ và các tiêu đề nhìn tương đối rõ trên điện thoại. Mình chưa đọc kỹ phần nhận định nên không nhận xét về độ chính xác, chỉ thấy cách trình…