Evergreen Content VS Topical Content แบบไหนที่ใช่สำหรับแบรนด์?

การทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน หลาย ๆ แบรนด์ก็ต้องงัดกลยุทธ์ทางการตลาดมาแข่งกันเพื่อให้ผู้บริโภคหันมาสนใจแบรนด์ของเรา อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่พบเห็นได้บ่อยเลยนั่นก็คือ การทำ Content Marketing



แต่ทุกคนรู้ไหมว่า คอนเทนต์ที่เราเห็นกันบนโลกออนไลน์นั้นสามารถจำแนกเป็นประเภทหลัก ๆ ได้ 2 รูปแบบ นั่นก็คือ Evergreen Content กับ Topical Content ในบทความนี้ DOPE EYES จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับคอนเทนต์ทั้งสองรูปแบบนี้ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และจะสามารถเลือกใช้ยังไงให้เหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุด

Evergreen Content คืออะไร



Evergreen Content เปรียบเสมือนต้นไม้ที่งอกงามอยู่ตลอดปี คือคอนเทนต์ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนาน

เท่าไหร่ เมื่อกลับมาอ่านก็ยังคงเป็นคอนเทนต์ที่สดใหม่ และน่าสนใจอยู่เสมอ หรือให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือ แม้จะเป็นคอนเทนต์ที่ผ่านไป 1 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นคอนเทนต์ที่คนให้ความสนใจและยังเสิร์ชหาอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น คอนเทนต์ How-to, ให้ความรู้

ข้อดี


1. ช่วยเพิ่มยอดการเข้าเว็บไซต์

หากคุณเลือกคีย์เวิร์ด และทำคอนเทนต์ได้ดี โอกาสที่คอนเทนต์ของคุณจะติดบนหน้าแรกของ Search Engine ก็มีมากขึ้น และจะส่งผลให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นตามไปด้วย


2. ไม่ต้องตามกระแส

คุณไม่จำเป็นต้องรีบทำคอนเทนต์ให้เร็วตามเทรนด์ หากคุณเลือกหัวข้อคอนเทนต์ Evergreen ได้น่าสนใจ คนก็จะเลือกเข้ามาอ่านอย่างสม่ำเสมอ


3. คอนเทนต์มีคุณค่า เมื่อคุณสามารถสร้างคอนเทนต์แบบ Evergreen ได้อย่างสม่ำเสมอ และมีคุณภาพ คุณจะดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ และสามารถสร้างกับรับรู้ที่ควรค่าแก่ผู้อ่าน

ข้อเสีย


1. ใช้เวลานาน

การทำคอนเทนต์แบบ Evergreen ต้องมีการค้นคว้าข้อมูลลงลึกในเรื่องนั้น ๆ และต้องครอบคลุมกับหัวข้อที่คุณเลือกทำด้วย จึงค่อนข้างใช้เวลานานในการเขียน


2. ทำได้ยาก

คนทำคอนเทนต์แบบ Evergreen ต้องเป็นคนที่ค่อนข้างมีประสบการณ์ ค้นคว้า คิด วิเคราะห์เก่ง เพื่อสามารถหาแนวคิดที่น่าสนใจให้ผู้อ่านได้ศึกษาเพิ่มเติมมากขึ้นนั่นเอง


3. เข้าถึงคนกลุ่มใหญ่ได้ยาก

เนื่องจากไม่ได้เป็นคอนเทนต์ที่อยู่ในกระแส หรือเป็นเรื่องราวที่คนกำลังให้ความสนใจอยู่ ณ ขณะนั้น ทำให้คนอาจจะเข้าถึงคอนเทนต์ประเภทอื่นได้เร็วกว่า

Topical Content คืออะไร



Topical Content เป็นคอนเทนต์ที่กำลังอยู่ในกระแส หรือเป็นที่พูดถึงอยู่ ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ กำลังฮิตเป็นไวรัล โดยคอนเทนต์ส่วนใหญ่จะถูกนำเสนอในรูปแบบของข่าว ที่มีการระบุช่วงเวลาที่เกิด

ข้อดี


1. ผลิตง่าย ผลิตไว

คอนเทนต์แบบ Topical นั้นสามารถทำได้เร็ว และทำได้เป็นจำนวนมาก เพราะตัวคอนเทนต์ไม่ได้เน้นการวิเคราะห์มาก


2. ไม่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคมาก

คุณอาจจะไม่ต้องเน้นการหาคำคีย์เวิร์ดเพื่อให้คนเสิร์ชเจอ แต่ควรเน้นการทำคอนเทนต์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่มากกว่า ยิ่งถ้าเราสามารถเล่นกับคอนเทนต์ได้น่าสนใจ โอกาสในการติดเทรนด์ก็ยิ่งมากขึ้นด้วย


3. ได้แรงซัพพอร์ทจากมวลชน

หากคอนเทนต์นั้นกำลังเป็นกระแสอยู่ แล้วคุณสามารถทำออกมาได้ทัน คอนเทนต์ของคุณจะมีคุณค่ามาก ๆ ณ เวลานั้น และสามารถสร้างยอด Engage และ Traffic ได้อย่างดี

ข้อด้อย


1. ไม่ได้รับความสนใจในระยะยาว

เมื่อกระแสหมด คนก็จะเลิกให้ความสนใจ และไม่เกิดการค้นหาบน Search Engine


2. มาไว ไปไว

คอนเทนต์จะมีช่วงพีคอยู่แค่ไม่กี่วัน หลังจากนั้นคอนเทนต์ก็จะเสื่อมค่าลง


3. ต้องทำให้เร็ว ทันกระแส

การทำคอนเทนต์แบบ Topical คุณจะต้องอยู่บน Social Media และติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา เพราะหากคุณปล่อยคอนเทนต์ช้ากว่าคนอื่นไปก้าวเดียว คอนเทนต์ของคุณก็จะไม่ทันเทรนด์ทันที

ไม่ว่าจะเป็น Evergreen Content หรือ Topical Content สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องเลือกให้เหมาะสม และผสมผสานให้เข้ากับรูปแบบธุรกิจของคุณอยู่ดี หากคุณต้องการให้สินค้า หรือบริการของคุณมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น การทำ Evergreen Content ก็มีความสำคัญ ส่วน Topical Content ถ้ามีกระแส ไวรัลอะไรกำลังฮิต และสามารถปรับให้เข้ากับบริบทของแบรนด์ได้ ก็น่าลองนำมาเล่นเพื่อเพิ่มยอดการเข้าชมเว็บไซต์ของเรา หากใครสนใจอยากเริ่มทำคอนเทนต์สำหรับแบรนด์ของตัวเอง ลองทักมาปรึกษา DOPE EYES ได้นะเออ!


Source | https://bit.ly/3MEDatu, https://bit.ly/3LD24JO

50 views0 comments